ทรัพย์สินทางปัญญา

สิทธิบัตร
เครื่องหมายการค้า
ลิขสิทธิ์
นวัตกรรม
สิทธิบัตร

เครื่องหมายการค้า

ลิขสิทธิ์
 นวัตกรรม

สิทธิบัตร

 ครื่องหมายการค้า
ลิขสิทธิ์
นวัตกรรม
สิทธิบัตร
ครื่องหมายการค้า
ลิขสิทธิ์
นวัตกรรม
สิทธิบัตร
ครื่องหมายการค้า

 ลิขสิทธิ์

 
   

ข่าวรายวัน/news

คมชัดลึก

ผู้จัดการ 

ไทยรัฐ

  เดลินิวส์
ไทยโพสต์

the nation

people.com.cn/

 chinadaily.com.cn/

cctv online

 

สยามรัฐออนไลน์

tv online/ดูทีวีออนไลน์

 

 คมชัดลึก

ผู้จัดการ 

ไทยรัฐ

 เดลินิวส์
ไทยโพสต์

the nation

people.com.cn/

chinadaily.com.cn/

cctv online

 

หนังสือพิมพ์ทั่วไป....

 Timesonline

 

tv online 3,   5,  7,  9,  nbt,  tpbs 

cctvnews 

tcctvโทรทัศน์ไทยจีน

mono29

 百家讲坛


 

中華日報

新中原報

ตำนานสามก๊ก

อ่านตำนานสามก็ก

โปรแกรมแปลภาษา

แปลอังกฤษเป็นไทย 

โปรแกรมแปลไทยเป็นอังกฤษ

แปลอังกฤษ-จีน English-chinese translate

แปลจีนเป็นอังกฤษ          Mandarin-English translate

 


ดูรายชื่อเพลงล่าสุด 

papa menu



papa menu

ตรวจสอบเพลงซ้ำซ้อน

(download) 

ขออนุญาติใบ 

พรบ.ภาพยนต์และวีดีทัศน์

    

ตรวจสอบรายชื่อ

บริษัทจัดเก็บทั้งระบบ


    bluesky TV

Facebook/papakaraoke  


สมาพันธ์องค์กรผู้ใช้งานลิขสิทธิ์ไทยยื่นหนังสือ คสช  อ่านรายละเอียด........





                                                                                                                                                                                                                                                    

ทรัพย์สินทางปัญญา

ชุมชนบางบัวทอง

karaoke

สมาพันธ์คาราโอเกะแห่งประเทศไทย

The source of intelligence. The original of innovation.The community of Well-being and Peaceful.


หัวใจของการเป็นผู้นำ(English)

                 นับเป็นเรื่องธรรมดาที่ในสังคมหรือองค์กรทั่วไป  ย่อมจะประกอบไปด้วยคนดีและคนไม่ดีปะปนกันไป  โดยหลักการแล้ว  ถ้าในสังคมหรือองค์กรนั้นประกอบไปด้วยคนดีกันเป็นเสียส่วนใหญ่สังคมหรือองค์กรนั้นก็จะมีความเจริญรุ่งเรือง  ในทางตรงข้ามถ้าในสังคมหรือองค์กรนั้นประกอบด้วยคนไม่ดีเป็นเสียส่วนใหญ่สังคมหรือองค์กรนั้นก็จะประสบปัญหาและขาดความเจริญรุ่งเรืองเป็นธรรมดาโลก  ทั้งนี้เพราะคนดีย่อมจะเป็นคนที่มีธรรมอยู่ในใจจะมุ่งส่งเสริมและสร้างความสามัคคีในการกระทำความดีของกลุ่มและหมู่คณะ  กระทำการเพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวมและประเทศชาติเป็นส่วนใหญ่  ในขณะคนที่ไม่ดีนั้น  มักจะเป็นคนที่ไม่มีความสามารถมุ่งแต่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวในรูปแบบที่แตกต่างกัน  มักจะชอบยุแหย่ให้เกิดความแตกแยก  เพื่อสร้างความสำคัญให้แก่ตนเอง 

                  ดังนั้นในการสร้างสังคม  ประเทศชาติ  และองค์กรให้มีความเจริญรุ่งเรืองนั้น  ผู้นำจะต้องเป็นคนดี  สมดังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงตรัสเป็นหลักคิดในการบริหารประเทศชาติไว้ว่า

    “ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี  ไม่มีใครจะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด  การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย  จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี  หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี  ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมืองและควบคุมคนไม่ดี  ไม่ให้มีอำนาจ”
       
                     ในการเป็นผู้นำหรือผู้บริหารองค์กรหรือหมู่คณะเป็นกลุ่มคนนั้น  ถ้าเราต้องมีหน้าที่รับผิดชอบต้องตัดสินใจในเรื่องราวต่างๆ  ที่สำคัญต่อการบริหารองค์กรขนาดใหญ่  ที่มีผลกระทบหรือส่วนได้ส่วนเสียต่อส่วนรวมหรือประเทศชาติแล้ว  เป็นธรรมดาอยู่เองที่  เราจักต้องมีคนบางคนที่ชอบหรือรักเราบ้าง  และมีคนบางส่วนที่ไม่ชอบหรือเกลียดเราบ้าง  เรื่องการที่มีคนบางส่วนชอบและไม่ชอบควบคู่กันไปนี้ถือได้ว่าเป็นปกติสามัญเป็นอย่างยิ่ง

                      เพราะแม้แต่องค์พระพุทธเจ้าท่านเอง ทั้งๆ ที่มีผู้คนที่มีความศรัทธาเคารพ  และชื่นชมในตัวพระองค์ท่านอยู่เป็นจำนวนมาก  แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีกลุ่มคนไม่ดีบางพวก  เช่นพวกเดียรถีย์  ที่เสียผลประโยชน์  หรือแม้แต่พระเทวทัตเอง  ก็ยังไม่ชอบและมุ่งทำร้ายในตัวพระพุทธองค์อยู่ตลอดเวลา  ดังนั้นเรื่องการที่มีคนรักและมีคนเกลียดควบคู่กันไปนี้  จึงเป็นธรรมดาโลก  เราไม่สามารถหลักเลี่ยงสัจธรรมอันเป็นข้อเท็จจริงธรรมชาติแห่งชีวิตอันนี้ได้  หรือถ้าจะกล่าวให้ง่ายๆก็คือ  ในการบริหารองค์กรนั้น   เราไม่สามารถทำให้ทุกคนรักและชอบเราได้ทุกคน  แต่หัวใจในการบริหารองค์กรอยู่ตรงที่ว่าเราจะต้องบริหารองค์กรให้ดีและคนทั่วๆไปให้มารักและชื่นชมในตัวเรา  แต่ในขณะเดียวกัน  ก็ต้องบริหารองค์กรไม่ให้คนชั่วให้มารักหรือชอบเราด้วยเช่นกัน 

                       หรือถ้าจะกล่าวแบบเล่นสำนวนก็ต้องบอกว่า  เราจะต้องบริหารองค์กรให้คนชั่วเกลียดเรา  และทุกครั้งที่เราเริ่มรู้สึกตัวว่าเรามีคนไม่ดีที่เริ่มจะชมชอบในตัวเราแล้วละก็  เราก็ควรจะต้องรีบทบทวนการทำงานของเราใหม่ทันที

                        เรื่องสำคัญเป็นลำดับต่อไปก็คือ  เราจะแยกแยะคนดีและคนไม่ดีอะไร  โดยหลักการแล้วคนเราบางครั้งก็ทำดีและบางครั้งก็ทำเรื่องไม่ดีปนกันไป โดยเฉพาะในสังคมปัจจุบันที่มีความสับสน  วุ่นวายผู้คนส่วนใหญ่ยังแก่งแย่งช่วงชิงผลประโยชน์ในรูปแบบที่แตกต่างกันหลายครั้งเราก็ยากที่จะกำหนดเจาะจงไปได้เลยว่าคนๆนี้เป็นคนดีหรือไม่ดีได้อย่างแน่ชัด  ในทางพระพุทธศาสนา  พระพุทธเจ้าสอนให้เรามีการพัฒนาการให้เป็นคนดีด้วยการไม่ทำความชั่วร้าย  ให้ทำความดี(ด้วยการให้มีศีล) และการทำจิตใจให้บริสุทธิ์ (ด้วยการให้สมาธิและปัญญา) ดังนั้น  คนดีก็คือ  คนที่มีจิตใจบริสุทธิ์นั่นเอง

                       กล่าวคือถ้าเรามีจิตที่บริสุทธิ์แล้ว  การตัดสินใจต่างๆ ของจิตสำหรับการดำเนินชีวิต    ก็จะไม่มีการทำชั่วและมีแต่การทำความดีเป็นไปตามกฎของธรรมชาติ  แต่เนื่องจากคนเราส่วนใหญ่ยังมีจิตที่ยังพัฒนาได้ไม่บริสุทธิ์อย่างสมบูรณ์  เราจึงยังมีการกระทำที่ดีบ้างและไม่ดีบ้างปนกันไปตามแต่คุณภาพ  และความสามารถของจิตของแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป  ดังนั้นเราจึงขออนุโลมให้  นิยามคนดีในเชิงเปรียบเทียบ (Comparative  Sense) ว่าเป็นคนที่มี  การคิด การพูด การทำ ความดี เป็นเสียส่วนใหญ่ (มี Possibility ที่จะเป็นคนดีสูง )  เพราะมีจิตที่ดีบริสุทธิ์  ในขณะเดียวกันเราก็จะนิยามคนไม่ดีหรือคนชั่วว่าเป็นคนที่มี  การคิด การพูด การทำ เป็นเรื่องไม่ดี เป็นเสียส่วนใหญ่ (มี Possibility ที่จะเป็นคนดีต่ำ หรือน้อยมาก)  เพราะมีจิตที่ไม่ดีหรือขาดประสิทธิภาพ

                      สำหรับการที่จะพิจารณาว่าใครเป็นคนดีหรือคนชั่วนั้นเนื่องจากคนชั่วส่วนใหญ่  มักจะพยายามปิดบังความเลวร้ายของตนและมักจะทำอุบายหลอกสังคมว่าตนเป็นคนดีอยู่เสมอ  ขณะเดียวกับที่คนดีจริงๆ ก็มักจะไม่ค่อยประกาศออกตัวถึงคุณความดีของตนดังนั้นการที่จะระบุว่าใครเป็นคนดีหรือคนชั่วในระบบสังคมข้อมูลข่าวสารในปัจจุบันนั้น  จึงเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์ชีวิตในการพิจารณาข้อมูล  และคนต่างๆ  อยู่พอสมควร                    


                          สำหรับเรื่องที่ให้ระวังคนชั่วนั้น  พระพุทธเจ้าเองได้ทรงสอนเปรียบเปรยไว้อย่างน่าสนใจว่า  เราต้องไม่คบคนชั่วเป็นมิตร  ต่อให้ไม่มีผู้คนเหลืออยู่บนโลกนี้หรือมีอยู่น้อยมาก  ถ้าคนคนเดียวที่เหลืออยู่นั้นเป็นคนชั่วเราก็จะขออยู่เป็นคนมีชีวิตอยู่เป็นคนเดียวดีว่า  อย่าไปคบคนชั่วเลย

                         ในการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมปัจจุบันนี้  ก็เป็นธรรมดาอยู่เองที่เราอาจต้องมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับผู้คนต่างๆ เป็นจำนวนมาก  ทั้งที่เป็นคนดีและคนไม่ดีปนกันไป  ถ้าหากเราโชคดีหน่อยเราก็อาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องไปเกี่ยวข้องกับคนเลว ก็เพียงแค่เพิกเฉยอย่าไปคบค้าหาสู่  อย่าคบเป็นมิตร  นี่ก็นับว่าแล้วกันไป  แต่ถ้าเราเกิดมีความจำเป็นต้องไปเกี่ยวข้องปฏิสัมพันธ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  หรือบางครั้งอาจจะต้องต่อสู้แข่งขันกับคนเลวแล้ว  เรื่องราวต่างๆ  ในการบริหารองค์กรก็จะมีความสับสนมากยิ่งขึ้น 

                          ทั้งนี้เป็นเพราะโดยหลักการแล้ว  คนไม่ดีมักจะมีการรวมกลุ่มกันได้ง่าย  อาศัยแรงจูงใจในเรื่องของการแบ่งผลประโยชน์ก็อาจสามารถสร้างให้เกิดการรวมกลุ่มกัน  เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกันได้แล้ว  กล่าวคือ  คนไม่ดีนั้นมักจะมีการรวมกลุ่มสร้างพลังในการขับเคลื่อนได้ง่าย  ในขณะที่ คนดีนั้นมักจะมีเครือข่ายที่จำกัดเพราะขาดแรงจูงใจในการรวมกลุ่มร่วมกัน  ต้องมีผู้ริเริ่มการรวมกลุ่มโดยอาศัยการสร้างอุดมการณ์ร่วมมาเป็นแรงจูงใจเพื่อการรวมกลุ่มกัน  ดังนั้นเมื่อพิจารณาโดยปัจจัยพื้นฐานแล้ว  คนไม่ดีมักจะได้เปรียบคนดีในเชิงรุก  เพราะสามารถรวมกลุ่มต่อสู้กับคนดีได้ง่าย  และในการต่อสู้นั้น  คนดีที่มีจำนวนน้อยกว่า ก็มักจะพ่ายแพ้ในแบบที่เรียกกันว่า  น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟนั่นเอง

                     ในการต่อสู้ระหว่างคนดีและคนไม่ดีนั้น ถ้าคนดีสามารถประวิงการต่อสู้แบบแตกหักได้ระยะเวลาหนึ่ง  ปรับให้เป็นการต่อสู้แบบที่ยืดเยื้อแล้วละก็  คนดีก็จะสามารถใช้ความสุขุมความถูกต้องมาใช้เป็นประโยชน์จนสามารถพลิกผันกลับมาเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบและมีชัยชนะในที่สุดทั้งนี้เป็นเพราะ  ความสัมพันธ์ของกลุ่มคนไม่ดีนั้น  เนื่องจากอาศัยการแบ่งผลประโยชน์เป็นหลัก  จึงเป็นการอยู่ร่วมเป็นพันธมิตรที่เปราะบาง  และแตกแยกกันได้ง่าย  ในขณะที่ความสัมพันธ์ของกลุ่มคนที่ดีนั้น  เป็นการอยู่ร่วมกันด้วยอุดมการณ์  ถึงแม้จะต้องอาศัยเวลาในการเรียนรู้และการ  ทำความเข้าใจซึ่งกันและกันอยู่บ้าง  แต่ก็เป็นความผูกพันทางใจที่มีความเหนียวแน่นกว่า

                     ดังนั้นในการต่อสู้ที่ยืดเยื้อนั้น  คนดีจึงมีความได้เปรียบเหนือคนไม่ดี เพราะอุดมการณ์ร่วมของกลุ่มคนดี  สามารถสร้างการอยู่ร่วม (Ecosystem) แบบร่วมทุกข์ร่วมสุขได้  ในโลกปัจจุบันที่มีการแข่งขันกันสูงเช่นนี้  เราไม่อาจปฏิเสธหรือหลีกเลี่ยงความเป็นจริงของการต่อสู้กับคนไม่ดีได้  ในสภาวะแห่งความซับซ้อนเช่นนี้  ความดีจะเป็นที่พึ่งทางใจที่มั่นคงของเรา  และจะช่วยนำพาไปสู่ความยุติธรรมอันถูกต้องในที่สุด

หลักในการบริหารองค์กรที่ดีนั้น  เราพอจะสรุปเป็นสาระง่ายๆได้ดังนี้

                     ประการแรกเราจะต้องเริ่มพัฒนาตนเองให้เป็นคนดีที่มีความสามารถ  จากนั้นก็ต้องไม่คบคนชั่วและถ้าเราจำเป็นที่จะต้องต่อสู้กับคนชั่วแล้วละก็  ก็ต้องรู้จักต่อสู้ด้วยการสร้างอุดมการณ์ร่วม จึงจะสามารถมีชัยชนะเหนือคนชั่วได้  หลังจากนั้นแล้วก็ต้องรู้จักพัฒนาบุคลากรคนอื่นๆ  ในองค์กรให้เป็นคนดีให้มีความสามารถสูง  เพื่อค้ำจุนองค์กรให้มีความเจริญที่ยั่งยืนและที่สำคัญของการบริหารองค์กรที่ดี  ก็คือ  เมื่อถึงเวลาที่สมควรแล้วก็ต้องรู้จักถอนตัวจากอำนาจ  วาสนาต่างๆ  เพราะทั้งหมดนี้  ก็ต้องมีที่สิ้นสุด  เป็นโลกธรรมแปด  กล่าวคือ  เมื่อมีลาภ มียศ มีสรรเสริญ และมีสุขแล้ว  ก็ย่อมมีการเสื่อม  ในลาภ ในยศ ในสรรเสริญ และในสุข  เป็นธรรมดาโลก


ดร. รุ่งเรือง  ลิ้มชูปฏิภาณ์
ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ
9/9/09
ผู้เผยแพร่  พรชัย  ศิรินุกูลชร

go-back

 


         

Copyright 2006, bangbuathong.org All rights reserved.